กล่อง PP กับกล่องไมโครเวฟต่างกันไหม? ใช้อันไหนอุ่นอาหารได้ปลอดภัยกว่า
กล่อง PP กับ กล่อง Microwave safe แตกต่างกันอย่างไร และเลือกยังไงให้ปลอดภัย

หลายคนอาจสงสัยว่ากล่อง PP กับกล่องที่ระบุว่า Microwave-safe เป็นกล่องชนิดเดียวกันหรือไม่ และควรเลือกใช้แบบไหนสำหรับการอุ่นอาหาร เพราะภาชนะพลาสติกมีให้เลือกใช้งานด้วยกันหลายประเภท ทั้ง PP, PET, PS ที่คล้ายกันจนหลายคนแยกไม่ออกว่าควรนำเข้าไมโครเวฟหรือควรหลีกเลี่ยง เพราะภาชนะบางประเภทเมื่อนำเข้าไมโครเวฟแล้วอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด วันนี้เราจึงจะพามาทำความเข้าใจความแตกต่างของกล่อง PP กับกล่องไมโครเวฟ เพื่อใช้สำหรับการอุ่นอาหารอย่างปลอดภัย
กล่อง PP กับกล่องไมโครเวฟคืออะไร? ต่างกันตรงไหน
บางคนอาจเข้าใจว่า “กล่อง PP” กับ “กล่องไมโครเวฟ” คืออันเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละประเภทเพียงแต่มักถูกใช้แทนกันเพราะอยู่ในบริบทของการอุ่นอาหารเหมือนกันเท่านั้น จึงเกิดความสับสนว่ากล่องแบบไหนใช้อุ่นได้ และแบบไหนควรหลีกเลี่ยง
PP (Polypropylene) เป็นพลาสติกที่ขึ้นรูปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกล่องอาหาร บรรจุภัณฑ์ต่างๆ หรืออุปกรณ์ในครัวเรือน จุดเด่นของ PP คือทนความร้อนได้ดีระดับหนึ่งทำให้กล่อง PP ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้กับอาหารร้อนหรือการอุ่นด้วยไมโครเวฟ แต่ก็ต้องย้ำว่าไม่ใช่กล่องทุกใบจะเหมาะกับการอุ่นในไมโครเวฟเสมอไป เพราะคุณสมบัติการทนร้อนจริงๆ ยังขึ้นอยู่กับความหนา กระบวนการผลิต และมาตรฐานของภาชนะด้วย
ส่วน Microwave-safe หมายถึงคุณสมบัติที่บ่งบอกว่าภาชนะนั้นๆ ผ่านการผลิตให้รองรับความร้อนจากไมโครเวฟได้โดยไม่บิดงอ ไม่ละลาย และไม่ปล่อยสารที่ไม่พึงประสงค์ออกมา ซึ่งอาจจะทำจากพลาสติก PP, แก้ว หรือเซรามิกก็ได้ สรุปง่ายๆ ก็คือ PP คือวัสดุ ส่วน Microwave-safe คือคุณสมบัตินั่นเอง
PP, PS, PET คืออะไร?
ใต้ก้นภาชนะที่เป็นพลาสติกทุกชิ้นจะมีรหัสหรือสัญลักษณ์ที่บอกคุณสมบัติอยู่ ช่วยให้เรารู้ได้ทันทีว่ากล่องนั้นเหมาะกับการใส่อาหารร้อนหรือเข้าไมโครเวฟหรือไม่ โดยเฉพาะเวลาต้องเลือกกล่อง PP กล่องโฟม หรือกล่องใสแบบใช้ครั้งเดียวที่บางครั้งหน้าตาคล้ายกันจนแยกไม่ออก โดยสัญลักษณ์ดังกล่าว ได้แก่
สัญลักษณ์ PP (หมายเลข 5)
PP (Polypropylene) เป็นพลาสติกที่ขึ้นชื่อเรื่องทนความร้อน รองรับอุณหภูมิประมาณ 100-120°C ซึ่งเพียงพอสำหรับการอุ่นอาหารในไมโครเวฟ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านอาหารและธุรกิจเดลิเวอรีจำนวนมากเลือกใช้กล่อง PP เป็นมาตรฐาน เพราะปลอดภัยกว่า ทนทานกว่า และโอกาสบิดงอน้อยกว่าพลาสติกบางประเภท
ข้อดีอีกอย่างคือ PP มีโครงสร้างที่ค่อนข้างเสถียรเมื่อโดนความร้อน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการปล่อยสารปนเปื้อนต่ำกว่าเมื่อใช้งานตามคำแนะนำ
สัญลักษณ์ PS (หมายเลข 6)
PS (Polystyrene) เป็นพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา แต่มีจุดอ่อนคือไม่ทนความร้อน เมื่อนำเข้าไมโครเวฟมีโอกาสบิดงอ ละลาย หรือปลดปล่อยสารที่ไม่พึงประสงค์ออกมาได้ง่าย จึงไม่เหมาะสำหรับการอุ่นอาหารโดยเด็ดขาด ถือเป็นความเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างมากโดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมันเยอะซึ่งทำให้เกิดอุณหภูมิสูงขึ้นระหว่างการอุ่น
สัญลักษณ์ PET (หมายเลข 1)
PET (Polyethylene Terephthalate) คือพลาสติกใสที่เราเห็นในขวดน้ำดื่มและขวดเครื่องดื่มต่างๆ ด้วยความใสและความเหนียวที่ดูแข็งแรง หลายคนจึงเผลอคิดว่ามันทนร้อนได้ดี แต่จริงๆ แล้ว PET ไม่เหมาะกับอุณหภูมิสูงเลย เพราะ PET ถูกผลิตมาสำหรับเครื่องดื่มเย็นหรืออุณหภูมิห้องเท่านั้น การนำเข้าไมโครเวฟอาจทำให้พลาสติกอ่อนตัวหรือปล่อยสารปนเปื้อนออกมาได้
แล้วกล่องแบบไหนที่นำเข้าไมโครเวฟได้?
สังเกตคำว่า Microwave-safe หรือไอคอนรูปไมโครเวฟ
สิ่งแรกที่ควรดูคือสัญลักษณ์บนตัวกล่อง ไม่ว่าจะเป็นคำว่า Microwave-safe หรือไอคอนรูปเตา/รูปคลื่นไมโครเวฟ สัญลักษณ์เหล่านี้คือการยืนยันจากผู้ผลิตว่าภาชนะผ่านมาตรฐานการทนความร้อนและสามารถใช้อุ่นอาหารได้
แต่ถ้าเป็น กล่อง PP ก็ใช่ว่าทุกใบจะเหมาะสำหรับการอุ่นในไมโครเวฟ หากดูแล้วกล่องบางเกินไปก็อาจบิดงอ ละลาย หรือเสี่ยงต่อการปล่อยสารจากโพลีเมอร์ได้ ดังนั้น การมองหาสัญลักษณ์มาตรฐานจึงสำคัญกว่าการดูวัสดุเพียงอย่างเดียว
กรณีกล่อง PP เวฟได้เฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการอุ่นร้อน
วัสดุ PP ที่ผลิตสำหรับการบรรจุอาหารเย็นหรือการบรรจุทั่วไปจะมีความหนาน้อยกว่าและไม่ได้ออกแบบให้ทนต่อการกระจายตัวของความร้อนในไมโครเวฟ ซึ่งเคล็ดลับในการเลือก PP สำหรับไมโครเวฟ ได้แก่
- ดูความหนา: PP สำหรับอาหารร้อนมีความหนามากกว่า แข็งแรง ไม่ยวบง่าย
- ตรวจสอบฝาปิด: ควรเป็นฝาที่ระบายไอน้ำได้ ไม่ใช่ฝาล็อกแน่นจนเกิดแรงดันสูง
- เช็กวัสดุเสริม: บางรุ่นมีโครงเสริมหรือขึ้นรูปให้ทนความร้อนเฉพาะจุด เช่น ก้นกล่องที่รับความร้อนสูงที่สุด
ภาชนะที่ควรหลีกเลี่ยง
มีภาชนะหลายประเภทที่ห้ามนำเข้าไมโครเวฟด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เช่น
- โฟม PS (Polystyrene): เป็นวัสดุน้ำหนักเบาแต่ไม่ทนร้อน เมื่อโดนไมโครเวฟอาจละลายหรือปล่อยสารอันตรายออกมาได้
- พลาสติกแข็งที่แตกกรอบง่าย: โครงสร้างโพลีเมอร์เสื่อมแล้วจะทนความร้อนไม่ได้
- ภาชนะมีรอยร้าว: ความร้อนจะทำให้รอยร้าวขยายตัวเร็วกว่าปกติ อาจทำให้กล่องแตกหรือรั่วระหว่างอุ่น
อ้างอิงจากหลักการทางวัสดุศาสตร์ เมื่อพลาสติกมีโครงสร้างที่ไม่เสถียรหรือมีจุดอ่อน ความร้อนจากไมโครเวฟซึ่งทำให้น้ำในอาหารเดือดเป็นไอน้ำ จะเร่งการเสื่อมสภาพของวัสดุนั้นทันที จึงควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
ข้อสรุป ใช้กล่องอะไรอุ่นอาหารได้ปลอดภัยที่สุด?
ภาชนะที่อุ่นอาหารได้ปลอดภัยควรเป็นกล่องที่มีสัญลักษณ์ Microwave safe และทำจากวัสดุที่ทนความร้อนได้จริง โดยเฉพาะกล่อง PP ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะทนความร้อนดี โอกาสบิดงอน้อย และมีความเสี่ยงต่อการปล่อยสารปนเปื้อนต่ำเมื่อใช้งานอย่างถูกต้อง แตกต่างจาก PS หรือ PET ที่ไม่เหมาะกับไมโครเวฟเลยแม้จะดูคล้ายกันก็ตาม
หากคุณกำลังมองหาบรรจุภัณฑ์อาหารและอุปกรณ์เสิร์ฟที่ครบในที่เดียว บริษัท เฟิร์สโกลฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คือแหล่งที่รวบรวมสินค้าที่เป็นมาตรฐานสำหรับธุรกิจร้านอาหาร เดลิเวอรี่ และเคเทอริ่งทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกล่อง PP ใส, กล่อง PP ใส่อาหารแบบทนร้อน, กล่องข้าวเวฟได้, กล่องอาหารไมโครเวฟ, กล่องข้าว 2 ช่องเวฟได้, ชามกระดาษและชามกระดาษคราฟท์ หรือชุดช้อนส้อมพลาสติกแบบบรรจุคู่ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกให้ทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้บริโภค
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: กล่อง PP สามารถใช้แช่แข็ง (Freezer) ได้ไหม?
A: ได้ค่ะ กล่อง PP ส่วนใหญ่ทนความเย็นได้ดี ไม่แตกง่ายแม้แช่แข็ง แต่หลังนำออกจากช่องฟรีซควรรอให้คลายตัวเล็กน้อยก่อนเข้าไมโครเวฟ
Q: ต้องถอดฝาออกก่อนเวฟทุกครั้งหรือไม่?
A: ควรถอดหรือเปิดฝาให้มีช่องระบายไอน้ำเสมอค่ะ เพื่อป้องกันแรงดันสะสมในภาชนะ ซึ่งอาจทำให้ฝาโก่งตัวหรือกล่องเสียรูปได้แม้จะเป็นกล่องที่เวฟได้ก็ตาม
Q: ทำไมกล่องบางใบถึงมีกลิ่นอาหารเกาะติดแม้เป็น PP?
A: เพราะโครงสร้างของพลาสติก PP มีความพรุนระดับไมโคร ทำให้คราบน้ำมันหรือกลิ่นซึมเข้าได้ โดยเฉพาะเมื่อนำไปเวฟซ้ำๆ แนะนำให้ล้างทันทีหลังใช้งาน และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำมันสูงหากต้องการเก็บกล่องไว้ใช้ระยะยาว
เลือกบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง กล่อง PP เข้าไมโครเวฟได้ เลือกที่ เฟิร์สโกลฟ อินเตอร์เนชั่นแนล
✔สินค้าคุณภาพ ✔บริการที่ดี ✔ได้ราคาที่คุ้มค่า
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กล่อง PP กล่องข้าวไมโครเวฟ สั่งซื้อสินค้า
มือถือ : 097-072-4353 , 080-427-1343
Line @ ID : @cleancare
