ชามกระดาษกับชามพลาสติก แบบไหนดีกว่ากันสำหรับใส่อาหารร้อน?

อาหารร้อนต้องใช้ชามแบบไหน? เจาะข้อดี-ข้อจำกัดของชามกระดาษและชามพลาสติก

 ชามกระดาษกับชามพลาสติก แบบไหนดีกว่ากันสำหรับใส่อาหารร้อน

ระหว่าง “ชามกระดาษ” และ “ชามพลาสติก” จริงๆ แล้วแบบไหนเหมาะกับอาหารร้อนมากกว่ากัน ทั้งเรื่องการทนความร้อน ความปลอดภัย และคุณภาพการใช้งาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบทั้งรสสัมผัสและภาพลักษณ์ของร้านอาหารในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้มากขึ้น

บทความนี้จะพาไปดูข้อเปรียบเทียบของวัสดุทั้งสองว่าต่างกันอย่างไร เพื่อช่วยให้คุณเลือกภาชนะให้เหมาะกับเมนูร้อนได้อย่างถูกต้องและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด


ชามกระดาษ vs ชามพลาสติก ประเมินคุณสมบัติสำหรับการใช้งานในอาหารร้อน

ความปลอดภัยด้านอาหารกลายเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งในร้านอาหาร เดลิเวอรี รวมถึงงานอีเวนต์ที่ต้องการภาชนะใช้สะดวกและให้ภาพลักษณ์ที่ดี หัวข้อนี้จึงสรุปจุดเด่นของชามทั้งสองประเภทพร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงกับโจทย์ของแต่ละคนมากที่สุด

จุดเด่นของชามกระดาษสำหรับอาหารร้อน

ชามกระดาษถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับการบรรจุเมนูร้อน โดยเฉพาะเมนูประเภทซุป ต้ม แกง โดยจุดแข็งอยู่ที่การเคลือบผิวด้านใน (เช่น PE หรือวัสดุทนร้อนรุ่นใหม่) ซึ่งช่วยให้ชามไม่ยุบง่าย และเพิ่มความสามารถในการรับอาหารที่มีอุณหภูมิสูงได้ดีพอสมควร อีกทั้งพื้นผิวด้านนอกยังให้สัมผัสที่จับสบาย ไม่ร้อนมือมากเหมือนภาชนะพลาสติกบางประเภท

จุดเด่นของชามพลาสติกเมื่อใช้ใส่อาหารร้อน

ชามพลาสติกมีความโดดเด่นด้านความแข็งแรงและความคงตัว แม้ต้องเจออุณหภูมิสูงในระดับที่เหมาะสมตามประเภทวัสดุ เช่น PP ตัวชามมีความหนาแน่นสม่ำเสมอ ทำให้เหมาะกับเมนูที่มีน้ำหนักมากหรือมีน้ำมันในปริมาณสูง เช่น แกง ผัดเผ็ด หรือราเมน

เหมาะกับใครและสถานการณ์ไหนมากกว่ากัน

หากต้องการภาพลักษณ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้งานง่าย และเหมาะกับเมนูร้อนทั่วไป เช่น โจ๊ก ซุป หรือเมนูที่ไม่ใช้น้ำมันมาก ชามกระดาษจะตอบโจทย์ได้ดี แต่หากต้องการเน้นคุณสมบัติที่รับน้ำหนักได้ดี รับแรงกระแทกระหว่างการขนส่ง หรือใช้สำหรับอาหารที่มีน้ำมันร้อนจัด ชามพลาสติกยังคงเป็นตัวเลือกที่วางใจได้มากกว่า


ชามกระดาษคืออะไร? มีคุณสมบัติเด่นอะไรบ้าง

ชามกระดาษเป็นภาชนะที่เหมาะสำหรับใส่เมนูร้อน เช่น ซุป ต้ม แกง แม้จะดูเป็นวัสดุที่เบา แต่ความสามารถในการทนความร้อนของชามประเภทนี้พัฒนาขึ้นมากจากเดิม โดยเฉพาะในยุคที่การบริโภคแบบ sustainable กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทำให้ชามกระดาษมีบทบาทมากขึ้นในการสื่อสารภาพลักษณ์ของร้านอาหาร

วัสดุที่ใช้ผลิตและชั้นเคลือบที่เกี่ยวกับการทนร้อน

ชามกระดาษผลิตจากกระดาษฟู้ดเกรดซึ่งผ่านกระบวนการขึ้นรูปให้คงตัวมากขึ้น จากนั้นจึงเคลือบด้วยโพลีเมอร์ เช่น PE หรือวัสดุทนความร้อนรุ่นใหม่ที่พัฒนามาเพื่อลดปัญหาการซึมและการยวบตัวเมื่อเจอของร้อน ชั้นเคลือบจึงเป็นหัวใจสำคัญของภาชนะประเภทนี้ โดยทำหน้าที่เป็น barrier ป้องกันการรั่วซึม ทนร้อนมากขึ้น และรักษาความเสถียรของตัวชามในระหว่างการใช้งาน

ข้อดีในการใช้งานจริง

จุดเด่นที่ทำให้ชามกระดาษได้รับความนิยมคือความรู้สึกที่ใช้ง่ายและสบายใจ ทั้งในแง่ของคุณสมบัติการใช้งานและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัววัสดุให้ความร้อนน้อยลงขณะถือ ทำให้ทานอาหารร้อนได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ทันสมัย ดูคลีน และสอดคล้องกับเทรนด์ลดขยะพลาสติกของผู้บริโภคยุคใหม่

ข้อจำกัดที่ควรรู้

แม้ชามกระดาษจะทนความร้อนได้ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ควรรู้ เช่น ความแข็งแรงเมื่อเจอของเหลวที่มีอุณหภูมิสูงมาก หรือน้ำมันที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจทำให้ชั้นเคลือบเริ่มอ่อนตัวหรือโครงสร้างชามเสียรูปได้หากใช้งานนานเกินระยะเวลาที่เหมาะสม


ชามพลาสติกคืออะไร? เหตุผลที่ร้านอาหารยังนิยมใช้

แม้กระแสการใช้ภาชนะทางเลือกอย่างชามกระดาษจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ชามพลาสติกก็ยังคงเป็นหนึ่งในภาชนะที่ร้านอาหารจำนวนมากเลือกใช้ ความนิยมนี้ไม่ได้เกิดจากความเคยชินเท่านั้นแต่ยังมาจากคุณสมบัติเฉพาะของวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งงานครัวและการขนส่งแบบเดลิเวอรี

ประเภทพลาสติกที่ใช้

ชามพลาสติกที่ใช้ในอาหารมักผลิตจากวัสดุหลัก 3 ประเภท ได้แก่

  • PP (Polypropylene) ซึ่งรองรับอุณหภูมิสูงได้ดีและเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับอาหารร้อน
  • PET (Polyethylene Terephthalate) ที่เน้นความใสและความแข็งแรง เหมาะกับอาหารที่ต้องการโชว์หน้าตา
  • PS (Polystyrene) น้ำหนักเบาแต่ทนร้อนไม่เท่าพลาสติกประเภทอื่น

ความทนความร้อนและความปลอดภัยของอาหาร

ข้อได้เปรียบสำคัญของชามพลาสติกคือความคงตัวเมื่อเจออุณหภูมิสูง โดยเฉพาะ PP ที่รองรับความร้อนได้มากจนเหมาะกับเมนูน้ำหนักเยอะ น้ำมันเยอะ หรืออาหารที่ต้องคงรูประหว่างการขนส่ง ความเสถียรนี้ช่วยลดปัญหาการรั่ว ยุบ หรือเสียรูป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับร้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการเสิร์ฟ นอกจากนี้ ชามพลาสติกยังผ่านมาตรฐาน Food Contact Safety ที่ควบคุมสารตกค้าง ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าอาหารยังคงปลอดภัยแม้จะเสิร์ฟในอุณหภูมิสูง

ข้อจำกัด

แม้จะมีจุดเด่นด้านความแข็งแรง แต่ชามพลาสติกก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้ เช่น ความร้อนสูงเกินระดับที่วัสดุรองรับอาจทำให้ชามเกิดการบิดงอหรือเสียรูปได้ โดยเฉพาะหากใช้กับเมนูที่มีน้ำมันหรืออุณหภูมิสูงมาก


สรุป ชามแบบไหนตอบโจทย์อาหารร้อนมากที่สุด

เมื่อพิจารณาคุณสมบัติของภาชนะทั้งสองประเภท จะเห็นได้ว่าชามกระดาษเหมาะกับเมนูร้อนทั่วไปที่ต้องการภาพลักษณ์คลีน ใช้งานง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนชามพลาสติกโดยเฉพาะประเภท PP เหมาะกับเมนูร้อนจัดหรืออาหารที่มีน้ำมันเยอะ การเลือกภาชนะจึงขึ้นอยู่กับประเภทอาหารและมาตรฐานที่ธุรกิจต้องการสื่อสารผ่านบรรจุภัณฑ์ของตัวเอง

สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เดลิเวอรี่ หรือเคเทอริ่งที่ต้องการภาชนะคุณภาพและหลากหลายรูปแบบในที่เดียว บริษัท เฟิร์สโกลฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีตัวเลือกครบทั้งชามพลาสติก กล่องอาหารไมโครเวฟ ชามกระดาษ ชามกระดาษคราฟท์ รวมถึงอุปกรณ์เสิร์ฟอย่างช้อนส้อมพลาสติกบรรจุคู่ ปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหารและออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ทนร้อน และเสริมภาพลักษณ์มืออาชีพให้ทุกมื้ออาหาร


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ชามกระดาษสามารถใช้ใส่อาหารที่มีน้ำมันเยอะได้ไหม?

A: ได้ค่ะ แต่ควรเลือกชามกระดาษที่มีชั้นเคลือบกันซึมคุณภาพดี หรือรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับเมนูน้ำมันสูงโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการยุบตัวและการซึมที่เร็วเกินไป


Q: ชามพลาสติกทุกชนิดเข้าไมโครเวฟได้หรือไม่?

A: พลาสติกที่เหมาะกับไมโครเวฟต้องเป็นประเภท PP (Polypropylene) และมีสัญลักษณ์ Microwave Safe บนบรรจุภัณฑ์ ส่วนพลาสติก PET และ PS ไม่แนะนำให้อุ่นในไมโครเวฟ

Q: ถ้าต้องขนส่งอาหารร้อนทางเดลิเวอรี่ ควรเลือกภาชนะแบบไหน?

A: หากเป็นเมนูน้ำหรืออาหารร้อนจัดควรเลือกภาชนะที่คงรูปดี เช่น ชามพลาสติก PP ส่วนเมนูที่ไม่ร้อนเกินไปก็สามารถใช้ชามกระดาษได้

 

ชามกระดาษ ชามพลาสติกคุณภาพดี มาตรฐาน Food grade เลือกที่ เฟิร์สโกลฟ อินเตอร์เนชั่นแนล

✔สินค้าคุณภาพ  ✔บริการที่ดี  ✔ได้ราคาที่คุ้มค่า

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ชามกระดาษ และ ชามพลาสติก สั่งซื้อสินค้า

https://www.sellerthai.com

 มือถือ : 097-072-4353 , 080-427-1343

Line @ ID : @cleancare