รีวิวชามกระดาษใส่อาหารเดลิเวอรี่ แข็งแรง ทนร้อน ไม่รั่วซึม
ชามกระดาษใส่อาหาร ที่ตอบโจทย์เดลิเวอรี่ยุคใหม่ ดีไซน์สวย ทนทาน และปลอดภัย

ชามกระดาษใส่อาหารกำลังกลายเป็นตัวเลือกของร้านอาหารที่มีบริการส่งเดลิเวอรี่ที่ต้องการภาชนะที่ดูดี ใช้งานง่าย และตอบโจทย์มาตรฐานด้านความปลอดภัย บทความนี้จะพาไปรีวิวชามกระดาษที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนร้อน และไม่รั่วซึม ผ่านมุมมองการใช้งานจริงเพื่อดูว่ามันตอบโจทย์การส่งเดลิเวอรี่ได้แค่ไหน และมีคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างไรบ้าง
ทำไมชามกระดาษถึงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม
ปัจจุบันบริการเดลิเวอรี่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้านอาหารจำเป็นต้องมองหาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถแพ็กอาหารได้อย่างปลอดภัย ไม่หกเลอะเทอะระหว่างขนส่ง ชามกระดาษใส่อาหารก็เป็นอีกบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเพราะนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องการบรรจุอาหารแล้วยังสอดคล้องกับแนวคิดวัสดุยั่งยืนอีกด้วย การเลือกใช้ชามกระดาษจึงเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของธุรกิจอาหาร ที่ต้องบาลานซ์ระหว่างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพในการส่งมอบอาหารให้ถึงมือลูกค้าแบบไม่ลดทอนมาตรฐาน
วัสดุและมาตรฐานความปลอดภัยของชามกระดาษ
ชามกระดาษใส่อาหารมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยมากพอสมควร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาชนะประเภทนี้เหมาะกับงานเดลิเวอรี่ โดยรายละเอียดที่ควรรู้มีดังนี้
ประเภทของเคลือบที่ใช้ในชามกระดาษ
เคลือบผิวด้านในเป็นคุณสมบัติที่ทำให้ชามกระดาษใส่อาหารสามารถใส่เมนูที่เป็นน้ำแกง เมนูมันๆ หรือเมนูร้อนจัดได้ โดยทั่วไปจะมี 3 ประเภท ได้แก่
- PE (Polyethylene) เคลือบพลาสติกฟู้ดเกรดที่พบได้บ่อยที่สุด ให้ความทนทานสูง ป้องกันการซึมได้ดี
- PLA (Polylactic Acid) วัสดุจากพืช เช่น ข้าวโพด เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับร้านที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพราะย่อยสลายได้ง่ายกว่า
- Food Grade Coating แบบพิเศษ บางผู้ผลิตมีสูตรเคลือบที่ลดการใช้พลาสติกลง แต่ยังคงประสิทธิภาพการกันซึมและทนความร้อน
ทนความร้อนระดับกี่องศา และเหมาะกับอาหารประเภทใด
จุดเด่นของชามกระดาษใส่อาหารคือความสามารถในการทนความร้อน โดยส่วนใหญ่รองรับอุณหภูมิประมาณ 80-100 องศาเซลเซียส ทำให้เหมาะกับเมนูร้อน เช่น ซุป แกง หรือก๋วยเตี๋ยว รวมถึงเมนูที่มีน้ำมันเยอะๆ อย่างข้าวผัดหรือของทอด หากเป็นชามที่ใช้การเคลือบคุณภาพสูง ก็จะทนต่อความร้อนและความชื้นได้ดีขึ้น
มาตรฐานการผลิตที่ควรรู้ เช่น SGS, FDA, LFGB
การเลือกชามกระดาษควรพิจารณามาตรฐานการผลิตที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร เช่น
- SGS ซึ่งเป็นการทดสอบคุณสมบัติและความปลอดภัยของวัสดุ
- FDA มาตรฐานด้านอาหารจากสหรัฐอเมริกา
- LFGB มาตรฐานจากเยอรมนีที่เข้มงวดในเรื่องการสัมผัสอาหาร
- มาตรฐานเหล่านี้ช่วยการันตีได้ว่าชามกระดาษถูกผลิตภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และเหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารอย่างมืออาชีพ
ทดสอบความแข็งแรง ทนร้อน และไม่รั่วซึม
ปัญหาจากการส่งเดลิเวอรี เช่น อาหารหกเลอะเทอะ ฝาชามปิดไม่สนิท ชามบุบ เบี้ยว หรือรั่วซึม ซึ่งเป็นปัญหาที่สามารถเจอได้ทุกออเดอร์ แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ดีตั้งแต่แรก อย่างชามกระดาษใส่อาหารที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว ทั้งด้านความแข็งแรง ทนร้อน และไม่รั่วซึม โดยสามารถทดสอบได้ดังนี้
เทสต์ใส่อาหารประเภทต่างๆ
เริ่มจากการลองใส่อาหารที่ถือว่าท้าทายที่สุดสำหรับชามกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นแกงร้อนๆ หรือของทอดที่มีน้ำมัน ชามกระดาษใส่อาหารไม่ควรบิดงอ ไม่ซึม และผิวเคลือบด้านในต้องยังคงความเรียบแม้โดนความร้อน
ทดสอบถือแบบใช้งานจริงในงานเดลิเวอรี่
อีกหนึ่งด่านทดสอบคือการลองถือชามหลังบรรจุอาหารและปิดฝาแบบใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการถือด้วยมือเดียว การเดินขึ้นลงบันได หรือวางในกระเป๋าเดลิเวอรี่ การทดสอบลักษณะนี้ช่วยวัดทั้งความแข็งแรงของชามและฝาล็อก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ป้องกันการหกหรือการกระเด็นระหว่างขนส่ง
ความทนทานต่อการวางซ้อนระหว่างการขนส่ง
ชามกระดาษคุณภาพดีต้องรับน้ำหนักภาชนะอื่นด้านบนได้โดยไม่ยุบตัวและยังคงรูปทรงเดิมแม้ถูกวางซ้อนหลายชั้น การทดสอบนี้สะท้อนถึงความหนาของกระดาษและคุณภาพงานผลิตที่สม่ำเสมอ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยลดปัญหาหกและรั่วระหว่างการจัดส่งอาหารถึงมือลูกค้า
ดีไซน์ & ความสะดวกในการใช้งาน
ก่อนอื่นต้องบอกว่าชามกระดาษใส่อาหารไม่ได้มีข้อดีแค่เรื่องวัสดุหรือความทนทานอย่างเดียว แต่ดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานก็เป็นตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใช้ในการส่งเดลิเวอรี่ที่รูปลักษณ์ ความสะดวก และความปลอดภัยต้องไปด้วยกัน
ฝาแบบต่างๆ และความแน่นหนา
ชามกระดาษมาพร้อมกับฝาหลายแบบให้เลือกตามการใช้งาน เช่น ฝาแบบ PP หรือ PET ใส ที่เหมาะกับเมนูสลัด เมนูขนม ของทอด ที่อยากโชว์หน้าตาอาหารให้ลูกค้าเห็น ออกแบบมาให้ล็อกแน่นเพื่อป้องกันอากาศ น้ำ ซอส หรือน้ำมันซึมออกมา เหมาะกับบริการเดลิเวอรี่ที่ต้องขนส่งหลายจุด
ขนาดและความจุที่เหมาะกับเมนูยอดนิยม
ชามกระดาษใส่อาหารหลายขนาดให้เลือกตามประเภทเมนู เช่น 500 ml, 750 ml, 1000 ml สำหรับเมนูอย่างก๋วยเตี๋ยว ซุป น้ำข้น หรือข้าวราดแกง ขนาด 750-1000 ml จะเหมาะที่สุด เพราะสามารถบรรจุอาหารได้โดยไม่ล้น และยังคงคุณภาพโดยไม่ทำให้ชามโก่งหรือรั่วซึม ส่วนเมนูแห้งๆ อย่างสลัด ของทอด หรืออาหารทานเล่น ขนาดประมาณ 500-750 ml จะสะดวกและประหยัดต้นทุนกว่า
ความสะดวกสำหรับร้านอาหาร
ชามกระดาษสามารถพิมพ์โลโก้หรือแปะสติกเกอร์ได้ง่าย ทำให้ร้านสามารถรักษาเอกลักษณ์และภาพลักษณ์แบรนด์ได้แม้จะเป็นเมนูธรรมดา สามารถจัดให้เป็นเซ็ตพร้อมฝาหรือช้อน-ส้อมเพื่อความสะดวกของลูกค้า ช่วยให้การแพ็กจัดอาหารสะดวก สะอาด และดูเป็นมืออาชีพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ชามกระดาษใส่อาหารสามารถเก็บความร้อนได้นานแค่ไหน?
A: โดยทั่วไปสามารถเก็บความร้อนได้ดีประมาณหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษและชั้นเคลือบด้านใน หากเป็นชามที่มีเคลือบกันซึมจะช่วยรักษาอุณหภูมิได้นานและไม่ทำให้ชามอ่อนตัวง่าย
Q: ชามกระดาษต้องแยกทิ้งอย่างไรหลังใช้งาน?
A: สามารถทิ้งรวมกับขยะทั่วไปได้ แต่ถ้าเป็นชามที่ไม่มีคราบอาหารมากหรือไม่เปียกชุ่ม สามารถแยกเข้าถังรีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยลดขยะและเพิ่มโอกาสการนำกลับมาใช้ใหม่
Q: ชามกระดาษกับชามคราฟท์ต่างกันไหม?
A: โครงสร้างคล้ายกัน แต่ชามคราฟท์จะให้ภาพลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติและทันสมัยกว่า เน้นโทนสีเอิร์ธโทน ส่วนชามกระดาษทั่วไปจะมีสีขาวเรียบ เหมาะกับการพิมพ์ลวดลายหรือเพิ่มแบรนดิ้งได้ง่ายกว่า
หากคุณกำลังมองหาชามกระดาษใส่อาหาร รวมถึงบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทอื่นที่ครบจบในที่เดียว บริษัท เฟิร์สโกลฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คือแหล่งรวมโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกล่อง PP ใสที่ทนร้อน เข้าไมโครเวฟได้ กล่องข้าวเวฟได้สำหรับงานเดลิเวอรี่ที่ต้องการความรวดเร็วและปลอดภัย ชามกระดาษและชามกระดาษคราฟท์ ไปจนถึงอุปกรณ์เสิร์ฟอย่างช้อน-ส้อมแบบบรรจุคู่ คัดสรรจากวัสดุ Food Grade พร้อมดีไซน์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ร้านอาหาร เคเทอริ่ง และงานเสิร์ฟภาคสนามให้ดูสะอาด น่าเชื่อถือ และมืออาชีพมากขึ้น
✔สินค้าคุณภาพ ✔บริการที่ดี ✔ได้ราคาที่คุ้มค่า
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ชามกระดาษใส่อาหาร สั่งซื้อสินค้า
มือถือ : 097-072-4353 , 080-427-1343
Line @ ID : @cleancare
